1st Day ในต่างแดน — นิวซีแลนด์

วันนี้เป็นประเทศนิวซีแลนด์ ก่อนมาประเทศนี้ ร้องห่มร้องไห้กินไม่ได้นอนไม่หลับหลายวันมาก เพราะตอนแรกตั้งใจจะไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกากับโครงการนึง อยากไปอเมริกามากกก ตอนแรกสอบAFSได้ไปเยอรมัน รู้สึกทั้งจังหวัดมีอยู่โควต้าเดียว(โรงเรียนอยู่ในเขตสมุทรปราการ โควต้าประเทศดีๆน้อยมาก) ฉันสอบได้มาก็สละสิทธิ์แบบไม่คิดเสียดาย 5555 ไปสมัครอีกโครงการถึงได้ไปอเมริกา
สุดท้ายอดไป เนื่องจากจังหวะ hamburger crisis พอดี ทำให้ไม่มีโฮสรับตรูเลย เป็นเด็กกำพร้าโฮส 55555 ทั้งๆที่ตอนแรกได้รัฐ Michigan แล้ว นึกโทษตัวเองว่าเขียนessayไม่ดี ตอนหลังได้ไปนิวซีแลนด์แทน แล้วก็เรียนต่อจนจบที่นั่นไปเลย ถือเป็นความโชคดีในความโชคร้าย เพราะการได้มีโอกาสไปเรียนที่นั่น เป็นต้นทุนทางการศึกษาที่ดีมากสำหรับเรา ที่นั่นปลูกฝังเด็กเรื่อง lifelong learning หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่มีวิชาไหนท่องจำเลย แต่ได้คิดวิเคราะห์แล้วเขียน essay เยอะมากๆ มันทำให้ฉันเป็นคนกระหายความรู้ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ (ถึงจะแอบสะเปะสะปะ แต่ฉันเชื่อเรื่อง connecting the dots )
เดินทางรอบนี้ไม่ค่อยตื่นเต้น ใจมันยังอยู่อเมริกา 5555 มูฟออนไม่ได้ คนมาส่งที่สนามบินเยอะมาก ยุ้ยญาติเยอะก็ต้องอาย เจอดิฉันญาติเยอะกว่า เดินทางไปต่อเครื่องที่ Sydney ก่อนบินต่อไป Christchurch ไปถึงก็เจอโฮสมารับ แต่ไม่ใช่โฮสเรานะ เป็นโฮสเพื่อนคนไทยที่มาด้วยกันชื่อ หนิง โฮสหนิงชื่อว่า แมกกี้ แมกกี้บอกว่าโฮสเราไม่สบาย เลยต้องมาอยู่กับหนิงก่อน1สัปดาห์ ระหว่างอยู่ในรถแมกกี้ก็ชวนคุยนู่นนี่ ดินฟ้าอากาศ ฉันก็บอกเค้าไปว่าไทยแลนด์มีสองฤดูนะ คือฮอตแอนด์เวรีฮอต มุกหากินของเรา 5555 แต่ตอนที่พูดคือไอแอมเวรี่ฮอตมาก คนที่นี่ขับรถไม่เปิดแอร์ในรถกันอ่ะ หน้าต่างก็ไม่เปิด แล้วนี่ใส่ชุดมาเหมือนแหนมอ่ะ แบบแหนมจะสุกแล้วว้อยยย เฮ้วพมีพะลีสสสส
แมกกี้ เป็นหญิงชรา กะแมวผี ขอเรียกแมวผี เพราะแม่งดุชิบหาย เป็นแมวตัวใหญ่ อ้วนตุ้ยนุ้ย สายพันธุ์สคอติชโฟวด์ ขยับนิดเดียวมันแคว่กใส่เลย อีแมวปีศาจ อยากครองโลกแหละดูออก บ้านแมกกี้มีรับเด็กต่างชาติอีกคนนึง มาจากประเทศกีฬาจูจิตซู ที่ไม่ใช่จูจิตซูญี่ปุ่นนะ ชื่อ มารีอานา (ไม่ใช่ มารีฮวนนา5555) ไม่ค่อยถูกชะตา เพราะแมกกี้ชอบชมเจ๊กัญชานี่ออกหน้าออกตา แล้วสัมผัสได้ว่านางเจ๊มันก็ไม่ชอบหน้าพวกเรา แต่ตอนหลังก็สมานฉันท์กันเพราะมีอยู่ครั้งนึงแมกกี้พาไปสวนสัตว์ด้วยกัน เจ๊มันดันลืมกระเป๋าตังค์มา นี่เลยให้ยืมตังค์ หลังจากนั้นเจ๊แกเลยเปลี่ยนไป ดีกับพวกเรามากขึ้น
ก่อนมาที่นี่คิดว่าสำเนียงคนกีวี่คงเหมือนสำเนียงออส แต่ที่ไหนได้ คนละเรื่อง 5555 ที่นี่สำเนียงจะคล้ายคนอังกฤษ ผสม ออสเตรเลีย อย่างคำว่า เย่ส ก็จะพูดว่า ยิส 5555 ตอนแรกๆงง มึงยิสเยิสไรวะ โฟเนติกที่เรียนมาลืมไปให้หมด เพราะคนประเทศนี้ เสียง เอะ กลายเป็น อี๊ หรือ ไอ๊ เช่น best เบส คนกีวีอ่าน บีสท /pen เป็น พีน/ day เป็น ได๊ มึนตึ้บสิครับ 5555
นอกจากภาษาอังกฤษยังมีภาษาเมาโอรีเป็นภาษาทางการด้วย อาจจะเป็นสาเหตุของ variation ของสำเนียงคนที่นี่ ภาษาเมาโอรีจะได้ยินตอนเต้นฮะก้าในพิธีกรรมต่างๆแบบคนเต้นจะตะโกนอะไรไม่รู้ฟังไม่รู้เรื่องแบบ อูวว ก้าา อู ลังงงงง อู ตังงงง เมิงงง ฆ่าา พ่อออ กรูวววววว อ้ากก ว้ากกก จ๊ากก
พอมาถึงบ้านแมกกี้ เก็บของไรเสร็จ เจ๊กัญชาก็พาฉันกับหนิงไปทาวน์กัน (เจ๊จะแวะไปโรงพักพอดี ทำไอดีของประเทศตัวเองหาย) พวกเรานั่งรถบัสชื่อว่า Orbiter เป็นบัสสายที่วนรอบเมือง ไปลงที่ city bus exchange เป็นอารมณ์สถานีขนส่งบ้านเรา แต่ดูดีกว่ามาก มีจอมอนิเตอร์ให้ดูว่าบัสสายไหน ไปไหน มาเวลาไหน ต้องขึ้นที่gateไหน บัสในเมืองทุกสายต้องมาวิ่งผ่านที่นี่
เจ๊พาพวกเราไปทำ metro card เป็นบัตรขึ้นรถบัสที่นี่ เราสามารถเติมเงินเข้าไป เวลาขึ้นบัสก็ติ๊ดได้เลย ติ๊ดแล้วจะใช้ได้ 2 ชั่วโมง จะขึ้นสายไหนก็ได้ ไม่เสียเงินเพิ่ม แล้วสมมติเกิน 2 ชั่วโมงแล้ว แต่เราจ่ายไปถึง maximum แล้วเช่น $5 วันนั้นถ้าติ๊ดบัตรอีกก็ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มแล้ว นั่งไปเลยให้สบายใจเฉิบ เราทำบัตรแบบนักเรียนค่าตั๋วก็จะถูกกว่าเยอะ (บัสที่นี่ดีอย่าง ถ้าเค้ารู้ว่าเราจะต่ออีกสาย เค้าจะวอร์บอกให้บัสที่เราจะต่อรอเราก่อน ถ้าเกิดมันสวนมาพอดีอ่ะนะ แล้วมีการวอร์คอนเฟริมกันด้วยว่าเราขึ้นบัสอีกสายเรียบร้อยแล้ว) คนที่นี่ก่อนลงจากบัสต้องหันไปหาคนขับแล้ว thank you have a good day หรือ cheers ด้วยนะ เป็นมารยาท
พอทำบัตรบัสเสร็จ เจ๊ไปแจ้งความโรงพักเสร็จ เจ๊ก็พาเราไปเดินเต๋ดเตร่ในใจกลางของเมือง Chirstchurch ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ไม่ค่อยมีตึกสูงๆ แต่อากาศดี สะอาด เดินทางสะดวกด้วยบัส จะไปไหนกางแผนที่แล้วดูเลยว่าบัสสายไหนวิ่งผ่าน บัสมาเวลาไหนบ้าง กะเวลาชีวิตได้เลย ไม่เคยต้องเสียเวลารอรถบัส ตารางบัสจะเป็นแผ่นพับเล็กๆพกใส่กระเป๋าได้ หรือดูที่ป้าย bus stop ก็ได้ จะมีทั้งตารางและจอมอนิเตอร์บอกว่าบัสจะมาอีกกี่นาที
กลับมาถึงบ้าน แมกกี้ ทำอาหารเย็นให้พวกเรากิน เป็นมันบด กับ เบค่อน เอาเป็นว่ากูกินไม่อิ่ม 5555 กินข้าวไรกันเสร็จ ก็ช่วยกันล้างจาน แล้วก็แยกย้าย อาบน้ำนอน แล้วเตียงที่ฉันได้นอนคือ เตียงลม 5555 มีความเป็น airbnb ตอนนั้นคิดว่า เออมาอยู่ที่นี่เดี๋ยวก็กลับไทยไปเรียนต่อให้จบ ม.6 ไม่ได้คิดหรอกว่าจะเรียนจบจากที่นี่ หลังจากนั้นสัปดาห์นึงโฮสตัวจริงเราก็มารับ ชื่ออิมิลี่ เป็นโฮสสาวโสด สายลุย แต่toxicชิบหาย จนแม่เราเปิดกูเกิลแปลเขียนเมล์มาด่าแบบ broken English ว่า I didn’t pay money for disgusting งงเลยกู 5555
ตอนหลังย้ายโรงเรียน ย้ายโฮส คนละเรื่องเลย บ้านดีกว่า สะอาด มีฮีตเตอร์ส่วนตัว มีแค่ปัญหาเรื่องอาหารกับอินเตอร์เน็ต แล้วก็โฮสซิสที่ชอบร้องเพลงของอเดล เวน ไอ เซต ไฟเย่ออออ ทู เดอะเรน แบบลั่นบ้านอ่ะ 5555 แล้วอีกคนที่แบบชอบยืมไอเท็มเสริมสวยเราแล้วไม่คืน จนแบบมึงเอาไปเลยเหอะ แต่ไม่ได้เปลี่ยนโฮสอีกนะ ซึ้งใจเค้าตอนแผ่นดินไหวเราอยู่ที่โรงเรียน โฮสมัมรีบขับรถมารับเรากลับบ้าน แล้วตอนเราประจำเดือนมาก็หากระเป๋าน้ำร้อนมาให้ เทคแคร์เราเหมือนเราเป็นลูกเค้าคนนึง คิดซะว่าไม่มีใครเพอร์เฟค 100% เราเองก็ต้องปรับตัว