บทเรียนที่ดี บางทีก็ได้จากสมุนไพร ของดีอัมสเตอร์ดัม

สมัยเป็นนศแลกเปลี่ยนที่ UK ช่วงนั้นคือสวรรค์ของ wanderlust เยี่ยงเรามาก ได้เที่ยวยุโรปแบบจุใจ การเดินทางง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นทางเครื่องบิน รถไฟ รถบัส ง่ายถึงขนาดเพื่อนคนญี่ปุ่น พลเมืองประเทศโลกที่หนึ่งซึ่งไม่ต้องขอวีซ่าเชงเก้น สามารถตื่นเช้ามานั่งรถไฟ Eurostar ไป Paris เพื่อหาไรกิน ตอนเย็นนั่งกลับมาลอนดอน ในขณะที่กระเหรี่ยงอย่างฉันต้องนั่งทูปไป paddington เพื่อขอวีซ่าเชงเก้นทุกครั้งที่มีแพลนจะไปทัวร์ยุโรป (ก่อนจะไปยื่น เตรียมเอกสารวุ่นวายมาก ต้องมานั่งนับว่าจะอยู่ประเทศไหนมากสุดก็ขอประเทศนั้นอีก เคยนับผิด ชีวิตเปลี่ยนจ้า ไว้เล่าให้ฟังตอนอื่น)
แล้วเวลาขอเชงเก้นทุกครั้ง กูไม่เคยมีวาสนาจะได้มัลติเพิลเอ็นทรี่เลย 5555 เคยมีครั้งนึงไปรับพาสปอร์ตคืน เปิดมา เชี่ยยย กูได้ซิงเกิลเอ็นทรี่อีกแล้วหรอวะ น้ำตาคลอเบ้า เพื่อนคนอินโดที่ไปเป็นเพื่อนเลยลากไปกินลอปสเตอร์ดามใจ ชื่อร้าน Mandarin Kitchen ลอปสเตอร์มาเป็นตัว นอนอยู่บนวุ้นเส้นร้อนๆ โคตรอร่อยเลย ตอนเช็คบิล อุทานในใจ เชี่ยยยย (อีกรอบ) แพงชิบหาย 5555 แต่อร่อยจริง มีโอกาสกลับไปกินอีกแน่นอน ร้านเด็ดย่าน Queensway แนะนำๆ
-
ขอเชงเก้นครั้งนั้น เป็นทริปไปเนเธอแลนด์ เป็นเวลา 3 วัน (โคตรจะไม่คุ้มกับค่าวีซ่าเลย 5555) ไปกับมหา’ลัยกับพวกเด็กErasmus ช่วงวีคเอนท์ เดินทางคืนวันศุกร์ เที่ยวเสาร์-อาทิตย์ จันทร์กลับมาเรียนต่อ เดินทางโดยรถโค้ชจากแคมปัส ไปถึงเดนเวอร์ แล้วจอดรถโค้ชในเฟอรี ข้ามฝั่งไปกาแล ฝั่งฝรั่งเศส
ก่อนถึงท่าเฟอรี่ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวก ารนั่งเฟอรีข้ามเกาะเหนือไปเกาะใต้ที่นิวซีแลนด์ กระซิบบอกเพื่อนคนญี่ปุ่นว่า เน่ๆๆ ขึ้นไปบนเรืออ่ะ เมิงเจอเบาะนุ่มๆเมิงรีบจองเลยนะ แล้วเมิงจะต้องอะริกาโตะกูทีหลัง โอเค๊ (อันนี้เป็นเทคนิคส่วนตัว ถ้าต้องข้ามเรือเฟอรีที่ไม่มีห้องนอนให้หา spot ดีๆ โซฟาได้ยิ่งดี เพราะเราใช้พื้นที่นอน ถ้าช้าจองที่ไม่ทันก็นอนกับเก้าอี้ไม่ก็พื้นทรมานไปจ้า) สรุปได้ที่โซฟา นอนหลับกันสบายตลอดทาง
-
พอถึงกาแลปุ๊บ ขึ้นรถโค้ชไปต่อ เดินทางผ่านประเทศฝรั่งเศส เบลเยียม ไปถึงอัมสเตอร์ดัมตอนเช้าพอดี เป็นการเดินทางผ่าน 3 ประเทศใน 24 ชั่วโมง โคตรอะเมซิ่งแต่ตอนนั่งในรถคือหลับตลอดทางนะ เหนื่อย! 5555 พอถึงอัมสเตอร์ดัม เอาของไปเก็บในที่พักเสร็จ (เป็นโปรแกรมเที่ยวแบบฟรีสไตล์ ตอนกลางวัน ตอนกลางคืนพวกเด็กErasmusจะไปเข้าผับกัน แต่เรากับเพื่อนไม่ชอบแนวนี้เลยไม่ไปแจม) กินกาแฟข้าวเช้าเสร็จ attraction แรกที่ไปคือ sex museum 5555 จัญไรทั้งแกงค์ แล้วก็ไปมิวเซียมนู่นนี่ โชคดีแกงค์นี้เป็นเพื่อนเที่ยวที่ชอบเข้ามิวเซียมเหมือนกัน จากนั้นก็ไฮไลท์ มาเยือนที่นี่แล้ว จะพลาด coffee shop ได้ยังไง 5555
-
ภายใน coffeeshop มองผ่านๆก็จะเหมือนคาเฟ่ร้านกาแฟทั่วไป แต่เริ่มไม่ธรรมดาตรงที่ พนักงานเดินเข้ามาขอเช็คไอดี แล้วเมนูเค้กนี่จะเป็นเค้กแบบ space cake 5555 แล้วก็มีปุ้นขายในนั้นด้วย แน่นอนลองทุกอย่าง เค้กเฉยๆ ไม่อร่อย ส่วนปุ้นดูดไม่หมด ดูดแล้วอยากกินโค้ก มองไปโต๊ะข้างๆ มีโค้กวางอยู่กันหมดเลย เพื่อนคนญี่ปุ่นเก็บปุ้นไว้ บอกว่าเดี๋ยวไว้ค่อยมาดูดต่อ 5555 จากนั้นก็เที่ยวต่อ ตอนกลางคืนพากันไปเดิน red light district ย่านโคมแดง เห็นแล้วตื่นตาตื่นใจดี ถ้าเมืองไทยมีทำเป็นกิจจะลักษณะแบบนี้บ้าง รับรองว่าไม่แพ้ชาติใดในโลก รัฐเก็บภาษีได้อีกบาน
-
ขอกรอมาวันสุดท้ายเลย จะได้จบๆ วันสุดท้ายก่อนจะต้องกลับไปลอนดอน ก็ไปไฮเนเก้นมิวเซียมกัน ข้างในมีเบียร์ให้กิน นี่ก็จัดไป 3 แก้ว 5555 พอเสร็จจากทัวร์ไฮเนเก้น ไปนั่งดูดปุ้นกับเพื่อนต่อเป็นการส่งท้ายก่อนกลับ สักพักเริ่มรู้สึกหัวเบา โลกหมุน ตอนนั้นคิดในใจกูไม่น่าเลย ไม่เอาอีกแล้ววว ลงไปนอนกับพื้นแล้วตอนนั้น เพื่อนก็ยังปกติอยู่ ดูชิวมาก ตอนนั้นสตาฟเริ่มเรียกให้เดินไปขึ้นรถและ ก็ฝืนร่างตัวเองเดินไป หลังจากนั้นแปปนึงรู้สึกว่า เห้ยย! ขากูหายว่ะ 5555 รีบบอกเพื่อน คิโมจิวารุ่ยยย ทาสึเคเตะะะะ (รู้สึกแย่มาก ช่วยด้วยยย) แล้วก็ล้มลงไปกอดเพื่อน ตอนนั้นหลับตาในหัวคือแบบวิ้งๆๆๆๆอ่ะ ไหนใครบอกว่าดูดปุ้นแล้วยิ้มเริงร่า แล้วทำไมกูตกอยู่ในสภาพอนาถงี้วะ 5555 หลังจากนั้นสักพักก็หาย หายแบบปลิดทิ้ง กลับมาเป็นปกติ ขึ้นรถโค้ชกลับลอนดอน จบ!
-
แถม:
-
ตอนเข้าประเทศฝรั่งเศสไปยันเนเธอแลนด์ ไม่มีวีซ่าเคลียแลนซ์อะไรเลยอ่ะ คือจะไว้ใจกันอะไรเบอร์นั้น แต่ตอนขากลับเข้ามาอังกฤษตรวจเข้มมากตามเคย ถามเยอะ ท็อปฟอร์มมาก
-
ตลกตัวเอง ตอนกลับมาอังกฤษ ลืมปรับนาฬิกาให้ช้าลง 1 ชั่วโมง เข้าห้องเลคเชอร์สายจ้า 555 ไม่มีวัวปน