จริงๆแข่งจบไปตั้งแต่มีนาฯที่ผ่านมาแล้ว เพิ่งจะว่างมาเล่า ประสบการณ์ครั้งนี้เป็นอะไรที่ภูมิใจมากๆ เลยอยากจะมาแชร์ว่าอะไรมาเข้าฝัน หรือโดนตัวอะไรมา ซ้อมอะไรบ้าง วันแข่งเป็นยังไง แล้วก็เทคนิคจากประสบการณ์ส่วนตัวค่ะ

เหตุผลที่ลง HYROX คือเป็นคนชอบเข้ายิม ออกกำลังกายอยู่แล้ว พอมีกล้ามเนื้อและความอึดเลยอยากรู้ว่าเราจะไหวไหม ตอนแรกอยากลงแบบคู่มากกว่า แต่ไม่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เลย 5555 ก็เลยลงเดี่ยวแมร่งงง ตัวเล็กนิดเดียว แต่ซ่ามากกก

HYROX คืออะไร มันคือกิจกรรมคนบ้า เป็นการแข่งขันฟิตเนสที่จะวิ่ง 1 กิโล สลับเข้าสเตชั่น ทั้งหมด 8 สเตชั่น แต่ละสเตชั่นก็โหดอยู่ sled push/pull เงี้ย wall ball งี้ burpee broad jumps ตายๆๆๆ

ซ้อม sled push
อันนี้ตอนซ้อม sled push ซึ่งอยู่สเตชั่นที่ 2 คิดดู ขาล้ามากๆ แล้วก็ออกไปวิ่งต่อให้ได้ ทรมานสลัด บอกเลย

เล่าตอนซ้อมเลยดีกว่า เราซ้อมที่ FF เพราะเป็นเมมเบอร์ที่นี่อยู่แล้ว เราจ้างโค้ช ชื่อโค้ชทีน น้องน่ารักมาก ตั้งใจสอน เรามองน้องเขาเป็นเพื่อนที่ดีของเราคนนึง น้องดูเป็นคนใฝ่รู้ดี เรารู้อะไรเราจะมาแชร์กับน้องทีนตลอด เราจะไม่ชอบโค้ชที่ติดเล่นโทรศัพท์ แล้วไม่ดูฟอร์มให้เราตอนเล่น หรือโค้ชที่ชอบด่าโยคะ พิลาทิส เพราะฉันรักโยคะ พิลาทิส 5555

โปรแกรมซ้อมเดือดๆ ก็จะมี weight training บิ้วกล้ามกันหน่อย แล้วก็ compromised running หมายความว่า เราจะเวทอะไรซักท่านึงจนกล้ามเนื้อไม่ไหวแล้ว under fatigue แล้วต้องออกไปวิ่งต่อให้ได้ รวมถึงฝึกแบบ plyometric ระเบิดพลังกล้ามปู อันนี้จะดีกับอะไรที่ต้องใช้ความไว

Wall balls station
สเตชั่นสุดท้ายคือ Wall balls คือโยนบอล 4kg ขึ้นไปให้แตะเซนเซอร์ แล้วตอนรับบอล squat ให้ก้นต่ำกว่าเข่า ถ้าทำแบบปกติก็ชิวอยู่ แต่ทำตอนวิ่งไปแล้ว 8kg กับทำไปแล้ว 7 สเตชั่นเป็นอะไรที่โคตรทรมาน

เราซ้อมประมาณ 4 เดือนนะ ฝึกกับโค้ชทีนวีคละ 2 วัน นอกนั้นเราจะซ้อมของเราเอง ซ้อมทืเหมือนคนไปตากฝนมา เหงื่อเยอะมากก โคตรเหนื่อย 5555

แต่ซ้อมขนาดนี้ ร่างกายเราก็รอดนะ เพราะเราให้ความสำคัญกับการยืดหลังซ้อมมาก เดชะบุญที่เรามีสกิลจากการเรียนจบ certified yoga teacher ติดตัวมา เลยเอามาใช้กับตัวเองได้ แล้วเราก็ยังไปฝึกพิลาทิสกับพี่สอง Synergy Bangna พี่สองเป็นพี่ชายที่แสนดีคนนึงของเราเลย การฝึกพิลาทิสเป็นการฝึกการคุมร่างกาย แล้วก็ฝึกใช้ core ให้มี stability ถ้าเราคุมได้ การใช้แรงในสเตชั่นต่างๆจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการเสียแรงเปล่า

เรื่องโภชนาการบ้าง เรากินโปรตีนโคตรเยอะ บุฟเฟต์อย่างบ่อย 55555 ส่วนวีคก่อนแข่งเราโหลดคาร์บ แป้ง เส้น ข้าว เติม glycogen เพราะวันแข่งมันต้องใช้พลังงานเยอะมากๆ แต่ต้องระวังวันก่อนแข่ง อย่ากินของแปลกๆ กับพวกไฟเบอร์ ไม่งั้นเดี๋ยวขี้แตกตอนแข่ง 5555

SkiErg station
สเตชั่นแรก SkiErg สบายสุด แต่อย่าใส่สุดนะ เดี๋ยวหมดแรง แข่ง HYROX ต้อง manage แรงเราให้ดีด้วย

พอถึงวันแข่ง (จริงๆก่อนหน้าวันแข่งวันนึง มีเหตุการณ์ที่ช็อคมาก แต่ก็ประคองสติมาแข่งได้ เรามัน tough girl ว้อย 5555) ตอนแรกชุดเตรียมไว้กะแต่งชมพูแปร๋นๆเลย แต่เปลี่ยนใจมาใส่ชุดที่รู้สึกสบายที่สุด ที่ใส่บ่อยๆดีกว่า

เราแข่งรอบสี่โมงเย็น โหลดคาร์บเสร็จตั้งแต่ก่อนบ่ายสอง อาบน้ำ แต่งหน้า แต่งตัว ทำผม ใส่กากเพชรเยอะไปอีก รูปถ่ายออกมาเหมือนคนเป็นรังแคเลย 55555 แล้วก็ขับรถไป Bitec รถไม่ติดเลย แถมที่จอดรถเยอะมาก วันแข่ง โค้ชทีนก็มาดูด้วย ขอบคุณน้องเขามากๆ

ในงานคือแอร์เย็นมากกก แล้วบรรยากาศคือมันอ่ะ เห็นแล้วตื่นเต้นเลย แต่เราพลาดนิดนึงคือมัวแต่รอเพื่อน ทำให้มีเวลา warm up น้อยมาก ต้องรีบไปเข้าคิวเราปล่อย wave รอบเรา เราใช้แอป roxfit ใส่ใน apple watch ไว้ดูว่าต้องไปสเตชั่นไหนต่อ เรากลัวไปผิดมากเลย 5555 แต่จริงๆในงานมีจอให้ดูเลยนะ ถ้าแข่งครั้งหน้า เราคงเปิด strava ดู pace ตัวเองดีกว่า

สเตชั่นแรกยังชิวอยู่ พอสเตชั่นที่ 2 Sled push เท่านั้นแหละ ขาเริ่มล้า 5555 แต่เทคนิคของเราคือ เราจะก้าวไม่เกิน 20 ก้าวแล้วจะยืนพัก 3 ลมหายใจ ถึงขาจะไม่เมื่อยก็จะยืนพัก เพราะถ้าฝืนขาจะล้ากว่านี้มากๆ

Sled push station
station นรก มีเสาตรงกลาง เกะกะหัวมาก เลยเอาหัวช่วยดันแมร่งง 55555

ส่วนสเตชั่นหลังๆ เราก็โอเคนะ ซ้อมมา แต่วิ่งได้ช้ามาก pace 6–7 เท่านั้นเอง เพราะจริงๆเราแอบเจ็บเข่าซ้ายมาตั้งแต่ช่วงก่อนแข่งแล้วแหละ มีไปกายภาพด้วย แต่ก็ดันมาปวดวันก่อนแข่งอีก

BBJ
BBJ สำหรับเราไม่มีปัญหา เราว่าเราอึดอยู่ 5555
Rowing
Rowing สายรัดเท้าขวาแอบมีปัญหา มันรัดไม่ได้ ถอดออกก็ยาก ไม่เหมือนที่ซ้อมมา แง เซ็ง
Farmer carries
ข้างละ 16kg วิ่งไม่ไหวและตอนนั้น
Wall ball
Wall ball ร่างแตก ยืนกรี้ดทีนึง แล้วโยนต่อ 5555
เข้าเส้นชัย
เข้าเส้นชัย ร้องไห้เลย กูมาเพื่อออ แต่ไม่มีน้ำตาเพราะร่างกายโคตรจะ dehydrated 5555

สุดท้ายจบที่ 1:54 ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง คิดว่าถ้ากดตอนวิ่ง กับไม่ร่างแตกตอน wall ball น่าจะทำเวลาได้ดีกว่านี้ แต่นี่ก็ภูมิใจมาก เพราะเป็นการแข่งครั้งแรก และเป็นการแข่งเดี่ยวด้วย คือใจฉันมันได้จริงๆว่ะ

ต่อไปนี้จะเจอปัญหาอะไร เราจะนึกถึงประสบการณ์การซ้อมและแข่ง HYROX นี้เพราะเราผ่านความบ้า ความโหดนี้ไปได้แล้ว จะเจออะไรก็คงไม่ยากแล้วแหละ

10 อย่างที่ได้จากการแข่ง HYROX

  1. อย่าลืมซ้อมแบบ compromised running — อย่าซ้อมแค่เวทกับวิ่ง ต้องซ้อมตอนที่เรา under fatigue แบบล้าสลัดๆ แล้วก็ก้าวขาวิ่งทันทีให้ได้ เป็นอะไรที่เหนื่อยมากกกก แต่ต้องซ้อม เพราะตอนแข่งจริงจะหนักกว่านี้
  2. สติเป็นสิ่งที่พึงมี — manage แรงให้ดีๆ คุม pace ให้ดี แข่งกับตัวเอง ถ้าเริ่มสติแตก ยืนเฉยๆ หายใจเข้าออกลึกๆ 3 ลม พูดกับตัวเองว่าทำได้ แล้วพยักหน้าให้ตัวเองทีนึง ก่อนจะไปต่อ
  3. Core stability ก็สำคัญ — ส่งแรงให้ถูก อย่าใช้แรงเปลือง ช่วยได้มากนะ ไม่ใช่แค่การแข่ง HYROX แต่รวมถึง movement ในชีวิตประจำวัน
  4. Sled Push/Pull — จะเป็นสเตชั่นที่เร่งให้ขาตายมากๆ เราจะก้าวไม่เกิน 20 ก้าวแล้วจะยืนพัก 3 ลมหายใจ ถ้าฝืนไปต่อ lactate แน่นอน
  5. โยคะ คือ ชุบทีมีใบ — ยิ่งซ้อม กล้ามเนื้อยิ่งตึงและหดสั้น ถ้าไม่ยืดเลยจะล้ามากๆ หลังซ้อมเรายืดโคตรนาน ยืดมันทุกส่วนของร่างกาย รวมถึงฝึกเท้าและข้อเท้าด้วย
  6. หาจังหวะของตัวเองให้เจอ — เวลาทำ BBJ หรือ rowing หรือใดๆ ถ้ามี rhythm สม่ำเสมอก็จะไม่เหนื่อยหอบแฮ่กเกินไป เน้นทำได้ต่อเนื่องตามจังหวะของเราค่ะ
  7. โหลดคาร์บสำคัญมาก — ก่อนแข่ง ไม่ต้องกลัวอ้วน เพราะพลังงานที่จะใช้ในวันแข่งนั้นมหาศาล ถ้าเติมมาไม่ถึง bonk แน่นอน
  8. อย่าลืมซ้อมกินเจล — เราจะเติมเจลหลัง sled pull กับ rowing ตอนซ้อมควรกินมาก่อน ดูว่าร่างกายเราโอเคไหม อย่าลองกินตอนวันแข่งนะ 5555
  9. รองเท้า — เราใช้ deviate nitro elite 4 ใส่วิ่งดี ใส่ sled push ยิ่งโคตรดี grip มันเหมาะกับพรมในงานมาก มีรองเท้าซ้อมกับรองเท้าแข่งแยกกันเลยนะ
  10. อย่าลืมซ้อมใจ — ร่างกายมันไปได้แหละ แต่ใจบางทีมันฝ่อ ต้องซ้อม visualize สถานการณ์ที่เราแบบไม่ไหวแล้ว แล้วเราจะรับมือยังไง เช่น หายใจเข้าออกลึก หรือฝึก breathing exercise ได้นะ เราทำแอปอยู่ ชื่อว่า Ground ทำมากะใช้เอง แต่แบ่งให้ทุกคนใช้ด้วย 555

ประมาณนี้ค่ะ อาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่จะลงแข่งตอนสิงหาฯ ส่วนเรารอบนี้ขอยังไม่ลง เอาเงินไปทำอย่างอื่นก่อน เปลืองสลัด 55555 ขอบคุณที่อ่านจบนะคะ ขอให้มีวันที่ดีค่า^^