สวัสดีค่าา กลับมาอีกแล้วววว ซีรี่ส์ Pilates วันละนิด จิตแจ่มใจ EP.3 🎉
ก่อนหน้านี้เราพูดถึง Pilates คืออะไรใน EP.1 และเครื่องมือต่างๆใน EP.2 ไปแล้ว EP นี้จะมาตอบคำถามที่คนถามเราบ่อยมากๆ นั่นก็คือ Classical กับ Contemporary มันต่างกันยังไง แล้วควรจะเลือกแบบไหน
ก่อนอื่น ทำไมถึงมีสองแบบ
หลังจาก Joseph Pilates เสียชีวิตในปี 1967 ลูกศิษย์รุ่นแรกของเขาที่เรียกกันว่า Elders ก็แยกย้ายกันไปสอนคนละที่ แต่ละคนก็สอนในแบบที่ตัวเองเข้าใจและตีความ ต่อมาในช่วงยุค 70s เป็นต้นมา นักกายภาพบำบัด นักเต้น และนักการศึกษาด้านการเคลื่อนไหวหลายคนเริ่มหยิบเอา Pilates ไปผสมกับความรู้ด้าน biomechanics สมัยใหม่ เกิดเป็นสไตล์ใหม่ๆขึ้นมา
นั่นแหละคือจุดแตกแยกระหว่าง Classical กับ Contemporary ค่ะ ไม่ใช่เรื่องผิดถูก แต่เป็นเรื่องปรัชญาและแนวทาง
Classical Pilates คืออะไรกันแน่
Classical Pilates คือการสอนตามต้นฉบับของ Joseph ทุกอย่าง ลำดับท่าเหมือนเดิม เครื่องมือเหมือนเดิม หลักการเหมือนเดิม ปรัชญาหลักของ Classical คือ ระบบนี้สมบูรณ์แล้วตั้งแต่แรก ไม่จำเป็นต้องแก้ไขหรือเพิ่มเติม
สิ่งที่ทำให้ Classical พิเศษคือเรื่อง lineage หรือสายสืบครู ครู Classical ทุกคนสามารถ trace กลับไปได้ว่าเรียนมาจากใคร คนนั้นเรียนจากใคร จนถึง Joseph เอง เหมือนต้นไม้ที่มีรากลึก ตัดสายไม่ขาด ซึ่งเราว่ามันพิเศษมากนะ
ตัวอย่างของ Classical Pilates school ที่มีชื่อเสียงก็เช่น Power Pilates ที่ lineage มาจาก Romana Kryzanowska ลูกศิษย์ตรงของ Joseph ที่ได้รับเลือกให้สืบทอดวิชานี้ต่อ
Contemporary Pilates คืออะไรกันแน่
Contemporary Pilates เอาหลักการของ Joseph มาเป็น base แต่ปรับให้เข้ากับความรู้ด้าน biomechanics และ rehabilitation science ในยุคปัจจุบัน มีการเพิ่ม neutral spine แทนที่จะใช้ flat spine แบบ Classical มีการเพิ่มอุปกรณ์ใหม่อย่าง resistance band โฟมโรล บอล และอื่นๆ บางสำนักก็แยกสอนเป็น module ได้ เช่น mat อย่างเดียว หรือ reformer อย่างเดียว
ตัวอย่างที่คนรู้จักก็เช่น STOTT Pilates, BASI, Balanced Body, Polestar ซึ่งทุกอันมีชื่อเสียงในวงการมากนะ ไม่ได้แปลว่าด้อยกว่า Classical แต่อย่างใด
ต่างกันยังไง มาดูแบบชัดๆเลย
ลำดับท่า Classical ใช้ลำดับที่ Joseph กำหนดไว้ตายตัว Beginner Intermediate Advanced ครูอาจปรับท่าให้เหมาะกับลูกศิษย์แต่ละคนได้ แต่โครงสร้างหลักยังคงอยู่ ส่วน Contemporary ครูมีอิสระมากกว่าในการจัดลำดับ เลือกท่าตามความเหมาะสมของลูกศิษย์แต่ละคน
หลัก spine Classical ใช้ flat back หรือ imprinted spine ในหลายท่า คือกดหลังติดพื้น ส่วน Contemporary หลายสำนักสอน neutral spine แทน ซึ่งมาจากงานวิจัยด้าน physiotherapy ในยุคหลัง ว่า neutral spine ลด injury risk ได้มากกว่าในบางกรณี
อุปกรณ์ Classical ใช้แค่เครื่องมือที่ Joseph ออกแบบมาเท่านั้น ส่วน Contemporary เพิ่มอุปกรณ์สมัยใหม่เข้ามาได้
lineage Classical ต้องมี lineage ที่ trace กลับได้ ส่วน Contemporary ไม่จำเป็น
โครงสร้าง certification Classical มักสอนแบบ comprehensive ครบทุกอุปกรณ์ในครั้งเดียว ส่วน Contemporary บางสำนักแยก module ได้
แล้วอันไหนดีกว่ากัน
เออ คำถามนี้แหละที่คนมักเถียงกันในวงการ Pilates 5555
ตรงๆเลยนะ ไม่มีอันไหนดีกว่าอันไหน มันคือปรัชญาที่ต่างกัน Classical มองว่าระบบนี้ถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่ต้องแก้ Contemporary มองว่าความรู้มนุษย์พัฒนาไปเรื่อยๆ ก็ควรจะเอามาปรับใช้
สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือก Classical หรือ Contemporary คือ ครูมีความรู้จริงๆไหม สอนด้วยความเข้าใจหรือแค่ทำท่าตามๆกันไป เพราะเราเจอมาแล้วทั้งครู Classical ที่สอนได้แย่มากและครู Contemporary ที่สอนได้ดีมาก และในทางกลับกันก็เช่นกัน
เลือกสตูดิโอยังไงดี
ถ้าอยากลอง Pilates เป็นครั้งแรก เราแนะนำให้ลองทั้งสองแบบเลยค่ะ เพราะบางคน click กับ Classical มากกว่า บางคน click กับ Contemporary มากกว่า ร่างกายและ preference ของแต่ละคนต่างกัน
สิ่งที่ควรถามก่อนลงเรียน
ครูเรียนจบจากที่ไหน มีกี่ชั่วโมง สอน apparatus ได้ครบไหมหรือแค่ mat กับ reformer คลาสเริ่มต้นมี assessment ก่อนไหมหรือโยนเข้ากลุ่มเลย
ถ้าสตูดิโอตอบได้ชัดเจน มีความรู้จริง นั่นแหละสัญญาณดีค่ะ ไม่ว่าจะ Classical หรือ Contemporary
EP ต่อไปจะพูดถึงอะไร
EP.4 เราจะมาเล่าเรื่อง 6 หลักการของ Pilates แบบลึกขึ้น พร้อมตัวอย่างว่าในแต่ละหลักการมันทำงานยังไงจริงๆในร่างกาย เพราะใน EP.1 เราแค่แนะนำผ่านๆไป แต่จริงๆมันลึกกว่านั้นมาก และเข้าใจแล้วมันทำให้เล่น Pilates ได้ดีขึ้นมากเลยนะ
ขอบคุณที่อ่านจบนะคะ ขอให้มีวันที่ดีค่า ^^ 🌿