ถวิลหาอดีต ตอน เกิดเป็นชายไม่มีลายก็อายเขียด

- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสมัยวัยซ่า ยุคนั้นทุกคนต้องรู้จักเพลงของ fareast movement ที่ร้องว่า like a g6 like a g6 now I’m feeling so fly like a g6 ไม่น่าเชื่อเพลงนี้ผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว ถ้าเพลงไทยสมัยนั้น น่าจะเพลงของพี่เบิร์ด too much so much very much นะ รู้สึกแก่เลย
- ในวันเสาร์-อาทิตย์ จะเป็นวันที่จะได้ออกจากบ้านมาแฮงเอาท์กับเพื่อน รู้สึกว่าเวลามันมีเยอะมาก การบ้านก็ไม่มี ไม่ต้องไปเรียนพิเศษเหมือนตอนอยู่ไทย (เรียนตั้งแต่ 7.30น. ถึงสามทุ่มที่ตึกวรรณสรณ์ ขอพูดด้วยน้ำเสียงแบบในรายการคดีเด็ดหน่อยว่า แหม ทำไปได้!) ตอนมาที่นี่ใหม่ๆก็เป็นเด็กดีอยู่บ้านไม่ออกไปไหน โฮสบอกขอร้องออกไปข้างนอกบ้างเถอะ ไปให้ร่างกายมันโดนแดดซะบ้าง วันนี้แดดดียูโกเก็ตซัมซันสิวะ เออเก็ตซัมซันก็เก็ต 555 เค้าจะชอบให้เราไปเที่ยวเล่นนอกบ้านมากกว่า ต่างจากพ่อแม่คนไทย ชอบให้ลูกอยู่บ้านมากกว่าออกไปเตร็ดเตร่ เป็นความต่างของวัฒนธรรม
- วันนั้นจำได้ว่าเป็นวันเสาร์ ก็ไปแฮงเอาท์กับเพื่อนตามประสาเยาวรุ่น หนึ่งในกิจกรรมแฮงค์เอ้าท์คือหาอาหารเอเชียอร่อยๆกินหลังจากที่ทนกินอาหารที่บ้านมา5วัน อาหารที่โฮสทำให้กิน จะเป็นมันบด เฟร้นฟราย ไก่อบ หมูอบ ไส้กรอก(เพื่อนคนไทยที่โรงเรียนเรียกไส้กรอกแบบนี้ว่าไส้กรอกโคย หลังจากนั้นก็มองไส้กรอกนั้นไม่เหมือนเดิม 5555) เมนูวนจำเจอยู่แบบนี้ไม่เบื่อก็บ้าแล้ว
- หนึ่งในร้านอาหารอันเป็นที่ฮิตในหมู่คนเอเชียที่นั่นคือร้าน Anchestral เป็นร้านอาหารไต้หวันย่านริคคาตันที่มีเมนูชูโรงคือ ข้างหน้าไก่ทอด(นึกถึงไก่ทอดhot star กับข้าวร้อนๆ อื้มมม อาหร่อยยย) และชาไข่มุกแบบเหยือก (มาเป็นเหยือกจริงๆ เห็นไข่มุกแล้วแหยงมาก มันอยู่ก้นแก้วแบบเยอะๆ เหมือนขี้แพะเลย555)
- ตอนนั้นก็กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับเพื่อน มีชายหนุ่มหน้าคุ้นๆคนนึงเดินเข้ามา บอก Hi! (ยกมือไหว้) remember me? จำได้สิ ชายคนนี้มีนามว่าโจอี้ เป็นเพื่อนร่วมห้องวิชาพละจากโรงเรียนเก่าก่อนย้ายมาเรียนอีกโรงเรียนนึง โจอี้เป็นคนไต้หวัน เป็นพี่ชายของโจแอนซึ่งเป็นเฮ้าส์เมทของเพื่อนเรา โจ้อี้ยื่นกระดาษให้เราแผ่นนึง ในนั้นมีข้อความประมาณว่า “ษณกนักร” คิดในใจ เมิงต้องการไรจากกูวะ 5555 โจอี้บอก อ่านให้ฟังหน่อยแม่สาวน้อย เราก็บอกไปว่า อ่านไม่ออกโว้ย ในใจคิด ไอ้นี่มันเพี้ยนวุ้ย หรือมันจะกวนตรีนไรกูวะ 5555
- โจอี้ถาม คนไทยหรือเปล่า (โจอี้ไม่ได้ฟังคาราบาว แต่นึกว่าจำผิดว่าเราเป็นคนไทย) เราบอก เออ คนไทย โจอี้บอกรอแปป แล้วเดินออกจากร้านไป สักพักพี่แกลากเพื่อนอีกคนมา เพื่อนคนนั้นยกมือไหว้ แนะนำตัวว่า ซาวัดดีคร้าบบ แอมไทย แต่พูดไทยอ่านไทย ไม่ได้เลย แล้วถามเราว่า อ่านในกระดาษไม่ออกจริงๆหรอ นี่แบบ เออออออสิวะ มันเหมือน google translate มาเลย อ่านไม่ออกจริงๆ ชายรูปหล่อคนไทยปลอม เพื่อนโจอี้คนนั้นบอกว่า พอดีจะไปสักเป็นนามสกุลตัวเองที่แขน (สักเป็นภาษาไทย) เกือบจะสักแล้ว ร้านอยู่ใกล้ๆนี่ แต่โจอี้เห็นเรานั่งอยู่ จำได้ว่ายูเป็นคนไทย เลยลองมาถามดูก่อน ตอนนั้นไอโจอี้ขำกร้ากเลย แล้วบอกพี่หล่อประมาณว่า เกือบแล้วมั้ยไอ้สลัดดด 5555
- สรุปเพื่อนโจอี้เลยขอให้เราเขียนให้ใหม่ บอกนามสกุลแล้วให้เราพิมพ์ในมือถือให้ คือโคตรโชคดีมากๆที่มาถามก่อน ถ้าเกิดอุตริสักตามนั้นไป มีอายอ่ะ 555 อารมณ์แบบสักอักษรจีนคำว่าเมี่ยนเปา (ซาลาเปา) คนจีนเห็นคงแบบ เมี่ยนเปา มันคงจะ sentimental กับเมิงมากสินะ 5555 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าก่อนสักลายคำภาษาต่างประเทศ เช็คให้ดีๆ การสะกด ความหมาย ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีแต้มบุญเหมือนไอ้เพื่อนโจอี้นั่น นะน้องนะ