ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า วันหนึ่งความรักที่เคยดูมั่นคง อบอุ่น และเต็มไปด้วยความหวัง จะหายไปในพริบตา เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจ การโดนบอกเลิกโดยไม่ทันตั้งตัว เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสับสน เจ็บปวด และทำให้ตั้งคำถามมากมายกับตัวเองว่า “ฉันทำอะไรผิด?” หรือ “มันเกิดขึ้นได้ยังไง?”

บทความนี้เราขอเขียนขึ้นเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ และวิธีเยียวยาหัวใจหลังการเลิกราอย่างกะทันหัน จากมุมของคนที่ผ่านมันมาแล้วคนหนึ่ง และยังอยู่ได้ในวันที่ไม่มีเขาอยู่ข้างๆแล้ว
1. ยอมรับความจริง
ความรู้สึกเจ็บปวด สับสน โกรธ เสียใจ หรือแม้แต่ความรู้สึกผิด ล้วนเป็นเรื่องปกติ อันดับแรก ต้องยอมรับความจริงว่ามันจบแล้ว ไม่ต้องสลักจิต หรือกดดันตัวเองว่าต้องไม่ร้องไห้ หรือ ต้องมูฟออนให้ไว เพราะการเยียวยาเริ่มต้นจากการยอมรับความรู้สึกตัวเอง ถ้าอยากร้องไห้ ก็ร้องออกมาให้เต็มที่ และรับรู้อารมณ์ตัวเองตอนนั้นว่าฉันกำลังเสียใจ
เราเป็นคนเขียน journal ทุกวัน สิ่งที่เราเขียนลงไปคือ การที่ฉันยังอยู่บนโลกใบนี้ ฉันยังมีโอกาสเรียนรู้ เติบโต และรักตัวเอง ถ้าคืนนี้ฉันฝัน ฉันอยากฝันเห็นตัวเองในอนาคตมาบอกฉันในตอนนี้ว่า ฉันเต็มที่แล้ว ฉันทำดีที่สุดแล้ว และฉันจะผ่านทุกอย่างไปได้ เราเขียนเสร็จเราเข้านอนเลย แล้วเรารู้สึกว่าเราโล่ง คืนนั้นเรานอนหลับสบาย ไม่ฝันร้ายแล้วตื่นมาร้องไห้อีกแล้ว
เราอยากให้แนะนำให้คนที่เจอเหตุการณ์เหมือนเรา ลองเขียน journal หรือจดบันทึกสิ่งที่รู้สึกอยู่ตอนนี้ ไม่ต้องเขียนให้สวย ไม่ต้องมีเหตุผล แค่ระบายออกมาให้หมด จะช่วยให้เข้าใจตัวเอง และค่อย ๆ ฮีลใจได้ดียิ่งขึ้น
2. สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง
หลังจากเลิกกันแล้ว การเว้นระยะห่าง ตัดขาดการติดต่อเป็นสิ่งที่เราแนะนำให้ทำนะ การทำ “No contact” ไม่ใช่เพราะเราโกรธ หรือเกลียดอะไรเขานะ (เราไม่โกรธหรือเกลียดเขาเลย เพราะเราเชื่อว่า ตอนเราเป็นแฟนกัน เขาก็รักเราเต็มที่เหมือนกัน) แล้วก็ไม่ควรทำถ้าจะทำเพื่อเรียกร้องความสนใจจากใคร แต่เราทำเพื่อตัวเราเอง เรารู้สึกว่าหลังจากเราเลิกส่องสตอรี่เขา รวมถึงเพื่อนเขาบางคน เรานอนหลับได้เต็มอิ่มมากขึ้น พอเรานอนดี ชีวิตมันก็ดีตามไปด้วย
แนะนำว่าถ้าการเห็นความเคลื่อนไหวในโซเชียลของแฟนเก่าทำให้ใจหวิว ลอง mute hide story หรือแม้แต่ block ไปก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ หรือเขารู้สึกยังไง เพราะตอนนี้สำคัญที่สุดคือจิตใจเราของเรา ให้ใจเราเป็น first priority ไปก่อนช่วงนี้
หรือถ้าคิดมโนไปว่า เขาต้องมีคนใหม่แล้วแน่ๆ คือต้องหยุดมโน!!! และถ้าเขามีจริงๆก็ปล่อยเขา และอวยพรให้เขาโชคดี ส่วนเราไม่ควรรีบหาผู้ใหม่ เพราะเราคิดว่า rebound relationship ไม่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรเลย ไม่ได้เรียนรู้ตัวเอง ไม่ได้อยู่กับกระบวนการฮีลลิ่งใดๆ พอมีคนใหม่เราก็จะทำผิดซ้ำซากอยู่ดี ไม่มีใครอยากเป็นได้แค่คนดามใจหรอก ใจเขาใจเรา ความสุขรอเราอยู่เสมอ ไม่ต้องรีบ
3. กลับมาโฟกัสที่ตัวเอง
เราคิดว่าเราโชคดีอย่างนึงคือ เรามีงานอดิเรกหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องโยคะ มันเลยทำให้เราไม่ซมซานมาก ลุกขึ้นมาเข้มแข็งได้เร็ว ได้โฟกัสตัวเองเต็มที่ มีเพิ่มเติมคือทำเล็บยาวแหลมเฟี้ยว ที่อยากทำมานานแล้ว แล้วก็เข้ายิม ออกกำลังกายหนักมากๆ มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นจนเป็นที่น่าพอใจมว้ากกกก 5555
เราเชื่อว่าช่วงนี้เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้เติบโตไปอีกขั้นหนึ่ง ไม่ใช้เพราะความต้องการเอาชนะใดๆ แต่เพราะตัวเราเอง อะไรที่ได้แต่คิดว่าจะทำ ก็จะได้ทำ เพราะทุกวินาทีตอนนี้เป็นของเรา เราไม่ต้องจัดสรรเวลาเผื่อใครแล้ว เพราะฉะนั้นใช้โอกาสนี้เติบโตให้เต็มที่ค่ะ
4. ถอดบทเรียนจากความสัมพันธ์ครั้งนี้
บทเรียนแรกเลยนะ คือเลือกคนที่เราจะเล่าให้ฟังก็ดี 5555 บางคนเรารู้ว่าหวังดีกับเรา อยากให้เราตัดใจได้ แต่อาจจะได้ unsolicited comment ที่ทำให้เรานอยด์กว่าเดิม อย่าลืมว่าคนที่อยู่ในความสัมพันธ์มีแค่ 2 คนคือ เรา กับ เขา คนอื่นเป็นคนนอก จะพูดอะไรก็ได้ ถ้าเจอแบบนี้ฟังผ่านๆไปแล้วกันนะ
ทุกความสัมพันธ์มีบทเรียนของมัน แม้จะจบลงด้วยน้ำตา แต่มันก็ทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าเราต้องการอะไร และไม่ต้องการอะไรในความรักครั้งต่อไป เราถือว่าเราเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่ไม่เจอปัญหาโดนนอกใจ หรือโดนทำร้ายร่างกาย
5. ไม่มีอะไรต้องเสียดาย
ตอนที่คบกัน เรารักอย่างเต็มที่แล้ว แล้วเราก็รักตัวเองมากพอด้วยเหมือนกันที่จะอยู่ได้ตอนไม่มีเขา
คนเรา ไม่จากเป็น ก็จากตาย คนที่เลี้ยงน้องหมา เขารู้อยู่เต็มอกว่าสักวันน้องหมาก็ต้องกลับดาวหมา แต่เขาเลือกที่จะเลี้ยงเพราะมีความสุข
ส่วนเรา เราก็มีความสุขมากๆตอนมีเขา เราพูดเสมอว่าทุกความสัมพันธ์มีความไม่แน่นอน ถ้าเรารักกันเต็มที่ ถึงวันจะต้องเลิกลากัน เราก็มีรักดีๆเป็นความทรงจำในชีวิต ไม่มีอะไรต้องเสียดาย เดินหน้าต่อ ชีวิตมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ
ถามว่าเข็ดมั้ย ตอบว่า มั่ย!!!! 5555 แต่คิดว่ากว่าจะเริ่มรักใครอีกครั้งน่าจะอีกนาน ติดใจการอยู่คนเดียวไปแล้ว
ถามว่าวันนี้เรามูฟออนได้หรือยัง คำตอบคือยัง 55555 บาดแผลมันยังไม่สนิทขนาดนั้น แต่เราคิดว่าเรารับมือกับมันได้ดีมากๆ เราเข้มแข็งพอที่จะพาตัวเองก้าวข้ามผ่านมันไปได้
สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ ให้เวลาตัวเอง ไม่ต้องกดดัน ไม่ต้องรีบ ใจดีกับตัวเองมากๆ รักตัวเองมากๆ ขอให้มีวันที่ดีทุกๆคนนะคะ ❤ เลิฟค่ะ